ผศ.ดร.จันทิมา ชั่งสิริพร  ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการและชุมชนสัมพันธ์ นางจรรยา อินทมณี และนางสาวนิรัติศัย รักมาก จากภาควิชาวิศวกรรมเคมี มอบเครื่องกำจัดไฮโดรเจนซัลไฟด์ในแก๊สชีวภาพที่ผลิตจากฟาร์มสุกร ให้แก่ชาวบ้านหมู่ที่ 2 ตำบลเสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2553

ซึ่งติดตั้งในบริเวณเสาเภาฟาร์ม สำหรับการนำไปใช้งานในการทำความสะอาดแก๊สชีวภาพของฟาร์มต่อไป โดยมีสำนักงานพลังงานจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกล่าวต้อนรับและรับฟังการสาธิตการทำงานและการทดสอบเครื่องกำจัดไฮโดรเจนซัลไฟด์ในแก๊สชีวภาพที่ผลิตจากฟาร์มสุกรและถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่อง เครื่องกำจัดไฮโดรเจนซัลไฟด์ในแก๊สชีวภาพ ให้แก่ชาวบ้าน ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานประสานงานวิจัยอุตสาหกรรมและชุมชน (CILO) สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการดำเนินงานด้วย

 ผศ.ดร.จันทิมา ชั่งสิริพร กล่าวกับสื่อมวลชน สถานีโทรทัศน์ NBT และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่ไปร่วมทำข่าวในพิธีมอบเครื่องกำจัดไฮโดรเจนซัลไฟด์ในแก๊สชีวภาพฯ ว่า แก๊สชีวภาพ (biogas) เป็นพลังงานทดแทนที่ผลิตได้จากของเสีย มูลสัตว์ และน้ำเสียจากแหล่งต่างๆ โดยวิธีการหมักแบบไร้อากาศ (Anaerobic digestion) แก๊สชีวภาพที่ผลิตขึ้นมีองค์ประกอบหลัก คือ แก๊สมีเทน  (CH4)  60-70 % ซึ่งเป็นแก๊สที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น การผลิตกระแสไฟฟ้า ใช้กับเครื่องยนต์ระบายอากาศในฟาร์มสุกร ใช้กับเครื่องกกลูกหมู ใช้ให้ความร้อนแทนแก๊สหุงต้ม และให้ความร้อนในกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม การใช้ประโยชน์จากแก๊สชีวภาพมีปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญ คือ การปนเปื้อนของแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) เนื่องจาก H2S มีคุณสมบัติเป็นแก๊สพิษ เมื่อสัมผัสกับน้ำหรือไอน้ำจะเปลี่ยนสภาพเป็นกรดซัลฟูริก (H2SO4) เป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาการกัดกร่อนต่ออุปกรณ์เครื่องจักร ส่งผลให้เครื่องจักรที่นำแก๊สชีวภาพไปใช้ประโยชน์มีอายุการใช้งานที่สั้นลง ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถนำแก๊สชีวภาพไปใช้ประโยชน์เป็นพลังงานทดแทนได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ฟาร์มสุกรและโรงงานอุตสาหกรรมอีกหลายแห่งยังไม่ตัดสินใจที่จะผลิตแก๊สชีวภาพ

     ปัจจุบันการใช้ประโยชน์ของแก๊สชีวภาพที่ผลิตขึ้นจากฟาร์มสุกรยังคงจำกัดอยู่ที่การใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการหุงต้ม เนื่องจากการปนเปื้อนของ H2S ในแก๊สชีวภาพ ทั้งที่ปริมาณแก๊สชีวภาพมีเหลือเกินพอที่จะนำไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ในฟาร์มได้ ฟาร์มสุกรจึงมีความต้องการในการทำความสะอาด H2S ในแก๊สชีวภาพก่อนการนำแก๊สชีวภาพไปใช้ประโยชน์ ในทีมวิจัยของตนเองจากภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ. ยังมีนางสาวนิรัติศัย  รักมาก และนางจรรยา อินทมณี ได้ทำการศึกษาการกำจัด H2S ด้วยการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิด Fe-based ที่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาการกำจัด H2S ในแก๊สชีวภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเสถียร (stable) และสามารถฟื้นฟูสภาพ (regeneration) ตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่ในระบบได้อย่างต่อเนื่องด้วยการเติมออกซิเจน (O2) จากการป้อนกระแสอากาศเข้าสัมผัสกับตัวเร่งปฏิกิริยา

     จากการพัฒนาชุดอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ชุดทดลองในห้องปฏิบัติการไปจนถึงชุดทดลองต้นแบบที่ทำการติดตั้งเพื่อเก็บข้อมูล ทดสอบการใช้งาน ปรับปรุงระบบ และประเมินผลในการทำความสะอาดแก๊สชีวภาพในฟาร์มสุกร พบว่าระบบสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยค่าใช้จ่ายในการสร้างอุปกรณ์และการดำเนินการที่ต่ำ ขณะนี้ทีมนักวิจัยได้ทำการขยายขนาดชุดอุปกรณ์สู่การใช้งานจริงที่รองรับกำลังการผลิตแก็สชีวภาพของเสาเภาฟาร์ม อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อการบำบัดแก๊สชีวภาพที่ผลิตได้จากบ่อหมักขนาด 100 ลูกบาศก์เมตร และจากผลการทดสอบเครื่องพบว่า ระบบสามารถลดความเข้มข้นของ H2S ในแก๊สชีวภาพจาก 1500 ppm เหลือความเข้มข้นน้อยกว่า 100 ppm ทำให้แก๊สชีวภาพที่ผ่านการบำบัดสามารถนำไปใช้งานในการผลิตไฟฟ้าและใช้กับอุปกรณ์เครื่องจักรต่างๆ ได้ และได้มอบเครื่องกำจัดไฮโดรเจนซัลไฟด์ในแก๊สชีวภาพอย่างเป็นทางการให้แก่ชาวบ้านหมู่ที่ 2 ตำบลภา อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งติดตั้งในบริเวณเสาเภาฟาร์ม สำหรับการนำไปใช้งานในการทำความสะอาดแก๊สชีวภาพของฟาร์มต่อไป